วันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2564
วันที่ 4 สิงหาคม 2564 กองทัพภาคที่ 3/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 แถลงข่าวประชาสัมพันธ์ ประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 144
ณ ศูนย์เสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมี พันโท หญิง บุณฑริกา ฑีฆวาณิช ผู้ช่วยโฆษกกองทัพภาคที่ 3/กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 เป็นผู้แถลงข่าวฯ มีสาระสำคัญดังนี้.-สถานการณ์ปัจจุบัน การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 ได้ขยายไปในวงกว้าง สร้างความตื่นตระหนกต่อประชาชน โดยองค์การอนามัยโลกได้รายงานการแพร่ระบาดของโรคติดต่อจากเชื้อไวรัสโควิด-19 และมีการพบผู้ป่วยด้วยโรคไวรัสดังกล่าวในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทยด้วย และได้ประกาศการแพร่ระบาดของโรคไวรัสนี้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ เพื่อให้รัฐบาลทั่วโลกเพิ่มมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด ปัจจุบันประเทศไทยมีประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดไปแล้ว 18 ล้านกว่าโดส แต่ก็ยังมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่แพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วเป็นจำนวนมาก ทางรัฐบาลจำเป็นต้องสร้างโรงพยาบาลสนาม ศูนย์พักคอย และส่งผู้ติดเชื้อโควิดสีเขียวที่มีอาการไม่หนักกลับภูมิลำเนา เพื่อให้ได้กลับไปพักรักษาตัวยังจังหวัดภูมิลำเนา เป็นการช่วยลดความแออัดของผู้ป่วยในเขตเมือง ในขณะที่บุคลากรทางการแพทย์ต้องทุ่มกำลังเต็มที่เพื่อดูแลผู้ป่วยสีแดงมีอาการหนักไม่สามารถที่จะช่วยเหลือตัวเองมีโอกาสเสียชีวิตสูง และคอยดูแลผู้ป่วยสีเหลืองอย่างใกล้ชิด ดังนั้นสิ่งสำคัญในตอนนี้คือ ผู้ป่วยสีเขียวที่ต้องดูแลตัวเองอยู่ที่โรงพยาบาลสนาม,ศูนย์พักคอย หรือที่เดินทางกลับภูมิลำเนา ต้องช่วยกันดูแลด้วยการทำตามคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์หรือต้องสร้างกำลังกายให้แข็งแรง ด้วยการรับประทานยาตามอาการที่แพทย์แนะนำ หรือการใช้สมุนไพรไทย เช่น ฟ้าทะลายโจร ที่แพทย์แผนไทย กระทรวงสาธารณสุข ให้การรับรองว่า สามารถช่วยรักษาโรคโควิด 19 รวมทั้งการใช้สมุนไพรไทยชนิดอื่น ๆ ที่หาได้ตามครัวเรือน อาทิเช่น กระชายขาว, ขิง, กระเทียม, ขมิ้นชัน เพื่อให้ลดอาการป่วย และต้องสร้างกำลังใจให้เข้มแข็งอย่างยิ่ง สำหรับพุทธศาสนิกชน สิ่งที่เป็นที่พึ่งทางใจได้ดีที่สุดในตอนนี้ คือการช่วยเหลือจุนเจือให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ไม่แสดงอาการรังเกียจผู้ติดเชื้อที่ต้องกลับมาดูแลตัวเองที่บ้าน พร้อมกันผู้ป่วยที่กลับไปดูแลตัวเองที่บ้านก็ต้องเคร่งครัดอยู่กับที่พักไม่ออกไปแพร่เชื้อสร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น อยู่กับที่เพื่อรักษาตัวเอง ช่วยกันป้องกันสังคมที่อยู่ให้ปลอดภัย และหมั่นสร้างที่พึ่งทางใจด้วยการไหว้พระสวดมนต์ ระลึกถึงคุณของพระรัตนตรัย อันได้แก่พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ นำหลักธรรมที่เป็นประโยชน์ที่สุดสำหรับนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน คือ หลักธรรมที่ทำให้ตนเป็นที่พึ่งของตนได้ มีอยู่ 10 ประการ ได้แก่1. ความประพฤติดีงามสุจริต รักษาระเบียบวินัย 2. ความเป็นผู้ได้ศึกษาเล่าเรียนมาก มีความรู้ความเข้าใจลึกซึ้งในข้อมูลข่าวสาร3. ความมีกัลยาณมิตร การคบคนดี ได้ที่ปรึกษา และผู้แนะนำสั่งสอนที่ดี 4. ความเป็นผู้ว่าง่ายสอนง่าย รับฟังเหตุผล 5. ความเอาใจใส่ช่วยขวนขวายในกิจใหญ่น้อยทุกอย่างของเพื่อนร่วมหมู่คณะ รู้จักพิจารณาไตร่ตรอง สามารถจัดทำให้สำเร็จเรียบร้อย6. ความเป็นผู้ใคร่ธรรม คือ รักธรรม ใฝ่ความรู้ใฝ่ความจริง รู้จักพูดรู้จักฟัง ทำให้เกิดความพอใจ น่าร่วมปรึกษาสนทนา ชอบศึกษา ยินดีปรีดาในหลักธรรมหลักวินัยที่ละเอียดลึกซึ้งยิ่งๆ ขึ้นไป 7. ความขยันหมั่นเพียร คือ เพียรละความชั่ว ประกอบความดีมีใจแกล้วกล้า บากบั่นก้าวหน้า ไม่ย่อท้อ ไม่ทอดทิ้งธุระ 8. ความสันโดษ คือ ยินดี มีความสุขความพอใจด้วยปัจจัย 4 ที่หามาได้ด้วยความเพียรอันชอบธรรมของตน 9. ความมีสติ รู้จักกำหนดจดจำ ระลึกการที่ทำ คำที่พูดไว้ได้ ไม่มีความประมาท 10. ความมีปัญญาหยั่งรู้เหตุผล รู้จักคิดพิจารณา เข้าใจภาวะของสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง หลักธรรมทั้ง 10 ประการนี้ เรียกว่า “นาถกรณธรรม” เป็น ธรรมมีอุปการะมาก เพราะเป็นกำลังหนุนในการบำเพ็ญคุณธรรมต่างๆ ทำประโยชน์ตนและประโยชน์ผู้อื่นให้สำเร็จได้อย่างกว้างขวางไพบูลย์ หลักธรรมอันเป็นที่พึ่งทั้ง 10 ประการ ในข้อที่ 9 และ 10 ตรงกับข้อธรรมกำลังใจในภาวะเกิดโรคระบาดไวรัสโควิด- 19 ของ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆ ปริณายก ที่ได้ประทานให้ไว้แก่พุทธศาสนิกชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ว่า “ทุกคนมีหน้าที่แสวงหาหนทางเพิ่มพูน “สติ” และ “ปัญญา” พร้อมทั้งแบ่งปันหยิบยื่นให้แก่เพื่อนร่วมสังคม อย่าปล่อยให้ความกลัวภัย... และความหดหู่ท้อถอยคุกคามเข้าบั่นทอนความเข้มแข็งของจิตใจในอันที่จะอดทน พากเพียร เสียสละ และสามัคคี” ดังนั้นพี่น้องชาวไทย จึงควรสร้างกำลังกายและสร้างกำลังใจให้ตัวเองให้มาก ดูแลสุขภาพของตัวเองให้ดี เพื่อที่จะทำให้รอดพ้นจากสถานการณ์ในครั้งนี้ไปได้ และเมื่อเป็นที่พึ่งให้ตัวเองได้แล้ว ก็สามารถที่จะเป็นที่พึ่งให้คนในครอบครัวและสังคมได้ในที่สุด“อตฺตานํ หิ อตฺตโน นาถํ กเรยฺย จ ปเรสํ”บุคคลควรทำตนเองแลให้เป็นที่พึ่งของตนและของคนเหล่าอื่นร้อยเอก พรสวรรค์ จันโปรด , ป.ธ.9 , พธ.ม.อนุศาสนาจารย์ มณฑลทหารบกที่ 31!!!!! ต้อย รอบรั้วภูธร0619525644!!!!!!
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสานพลังความร่วมมือ สนับสนุนการดำเนินงานสร้างสุขภาวะในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น. ที่อาคารอเนกประสงค์ สัมมนาและจัดนิทรรศการบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ นางสาวชุติพร เสชัง...
-
เจ้าหน้ที่ตำรวจ สภ.หนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ ได้นำตัวนายสุเทพ มาลัยกุล หรือจวบชนแดน นายระพีพัฒน์ หรือโก้ มาลัยกุล นายสมศักดิ์ ห...
-
25 ธันวาคม 2563 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ โดยสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน จัดโครงการสร้างความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยราช...
-
นาย บัญชา เดชเจริญศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคท้องที่ไทย วันนี้หารือท่านประธานผ่านไปถึงพี่น้องประชาชนผ่านไปถ...
-
นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานในพิธี เปิดศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีให...
-
วันที่ 24ธันวาคม 2563 สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานน่าน ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาช่างเครื่องปรับอากาศในบ้านและกา...
-
เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 7 พ.ย.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่จังหวัดนครสวรรค์ ร.ต.อ.สุวิทย์ บุญวรนุช ร้อยเวร สภ.หนองกรด อำเภอบรรพต...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น