ต้อยทูเดย์ออนไลน์ Toytodayonline

วันเสาร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2564

ศรีสะเกษ ศพเมียทหารปืนโหดกลับถึงบ้านแล้วพี่สาวเผยเป็นเสาหลักหาเลี้ยงครอบครัว จะตั้งศพบำเพ็ญกุศลเพียง 3 วันแล้วฌาปนกิจเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ไม่รับคำฝากขอโทษจากครอบครัวทหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่เกิดเหตุสลด พลอาสาประยงค์ สมพงษ์ ได้ใช้อาวุธปืนรัวยิง น.ส.เชาวนี อารีย์ ภรรยา ถึง 8 นัด หน้าที่ว่าการ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เนื่องจากแค้นที่ถูกภรรยาสาวขอหย่า จากนั้นได้หลบหนีไปยิงตัวตายที่ศาลหลักเมืองกันทรลักษ์ ล่าสุด ศพของพลอาสาประยงค์ ญาติได้นำออกมาจาก รพ.ศรีสะเกษ กลับมาถึงวัดพระใหญ่ ต.กระแชง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษแล้ว  พร้อมทั้งฝากขอโทษครอบครัวของฝ่ายหญิงที่ต้องมาพบกับความสูญเสียจากการกระทำของพลอาสาประยงค์ในครั้งนี้ ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปแล้วนั้นความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 16.20 น.วันที่ 10 ธ.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเขวา ต.กระแชง                         อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายสันติชัย อารีย์ อายุ 63 ปี พร้อมด้วย นางถวิล อารีย์ อายุ 59 ปี พ่อและแม่ของ น.ส.เชาวนี อารีย์ เหยื่อของทหารปืนโหด ได้ร่วมกับญาติพี่น้องนำศพของ น.ส.เชาวนี ออกมาจาก                              รพ.ศรีสะเกษ เดินทางกลับมาถึงบ้านแล้ว โดยได้มีการประกอบพิธีทางศาสนา จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ                               สภ.กันทรลักษ์ ได้มาทำการพิมพ์ลายนิ้วมือของผู้เสียชีวิต เพื่อประกอบสำนวนคดีตามกฎหมาย  ต่อมาญาติพี่น้องได้ใช้เครื่องสำอางแต่งหน้าให้กับ น.ส.เชาวนี แล้วนำศพลงบรรจุในโลง ท่ามกลางบรรยากาศที่เศร้าสลด มีบรรดาญาติพี่น้องพากันมาร่วมไว้อาลัยจำนวนมากนางเปรมวดี อารีย์  อายุ 40 ปี พี่สาวของ น.ส.เชาวนี กล่าวว่า จากการที่ทางฝ่ายทหารที่ก่อเหตุได้ฝากขอโทษมานั้น ตนขอฝากคำขอโทษส่งคืน หากจะมาขอโทษจะต้องมาด้วยตนเอง มาขอขมาศพ ขอขมาพ่อแม่และครอบครัวของตนที่ได้กระทำการอย่างโหดเหี้ยมกับน้องสาวของตนแบบนี้ ซึ่งจนถึงบัดนี้ ครอบครัวของผู้ก่อเหตุยังไม่ได้เข้ามาให้การช่วยเหลือครอบครัวของตนแต่อย่างใด ตนได้ปรึกษาหารือกันแล้วว่า จะตั้งศพบำเพ็ญกุศล จำนวน 3 วัน จากนั้นจะประกอบพิธีฌาปนกิจศพ ทั้งนี้เนื่องจากว่า ช่วงนี้มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จึงไม่สามารถที่จะตั้งศพบำเพ็ญกุศลได้หลายวัน นางเปรมวดี กล่าวต่อไปว่า น.ส.เชาวนี น้องสาวของตน เป็นเสาหลักในการทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว โดยจะต้องรับผิดชอบเลี้ยงลูก 2 คน ตายายอีก 2 คน ซึ่งเมื่อต้องมาสูญเสียเสาหลักไปเช่นนี้ ได้ทำให้ครอบครัวของ น.ส.เชาวนีได้รับความเดือดร้อนมาก เนื่องจากว่า ตายายก็แก่มากแล้ว ไม่สามารถทำมาหากินได้ หลาน 2 คนที่กำลังเรียนหนังสือก็ต้องกำพร้าแม่ ตนและครอบครัวยังไม่รู้เลยว่าจะสู้ชีวิตต่อไปได้หรือไม่อย่างไรภาพ / ข่าว  ศิริเกษ   หมายสุข ผู้สื่อข่าวประจำ จ. ศรีสะเกษ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสานพลังความร่วมมือ สนับสนุนการดำเนินงานสร้างสุขภาวะในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น. ที่อาคารอเนกประสงค์ สัมมนาและจัดนิทรรศการบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ นางสาวชุติพร เสชัง...