วันศุกร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2565
แพทย์ทหารห่วงใย สถานการณ์ “โรคไข้หูดับ” ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่า สถานการณ์ของโรคไข้หูดับ
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 5 เมษายน 2565 พบผู้ป่วย 81 ราย เสียชีวิต 7 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุ ได้แก่ อายุมากกว่า 65 ปี รองลงมา คือ อายุ 55-64 ปี และ 45-54 ปี ตามลำดับ โดยจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก คือ นครราชสีมา พะเยา อุตรดิตถ์ อุทัยธานี และตาก ตามลำดับ โรคไข้หูดับ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย สเตร็พโตค็อกคัส ซูอิส (Streptococcus Suis) โดยเชื้อนี้จะอยู่ในทางเดินหายใจของหมู และเลือดของหมูที่กำลังป่วย ซึ่งอาจทำให้ผู้ที่ป่วยจากโรค หูหนวกถาวร หรือถึงขั้นเสียชีวิตได้ สามารถติดต่อได้ 2 ทาง ได้แก่ 1. เกิดจากการบริโภคเนื้อและเลือดหมูที่ปรุงแบบดิบ หรือสุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบ หลู้หมูดิบ ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านที่มีการใส่เลือดหมูดิบผสม หรือการปิ้งย่างไม่สุก ทำให้เสี่ยงติดเชื้อโรคไข้หูดับได้ 2. การสัมผัสกับหมูที่ติดเชื้อทั้งเนื้อหมู เครื่องใน และเลือดหมูที่เป็นโรค โดยเชื้อจะเข้าทางบาดแผล รอยขีดข่วนตามร่างกายหรือทางเยื่อบุตา หรือการสัมผัสเลือดของหมูที่กำลังป่วย สำหรับอาการของโรค หลังจากได้รับเชื้อ 3-5 วัน ผู้ป่วยจะมีไข้สูง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง เวียนศีรษะจนทรงตัวไม่ได้ อาเจียน คอแข็ง หูหนวก ท้องเสีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หากพบว่ามีอาการดังกล่าว ขอให้รีบไปพบแพทย์ทันที แจ้งประวัติการกินหมูดิบและสัมผัสเนื้อหมูให้ทราบ เพราะหากมาพบแพทย์และวินิจฉัยได้เร็ว จะช่วยลดอัตราการเกิดหูหนวกและการเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ กลุ่มเสี่ยงที่หากติดเชื้อจะมีอาการป่วยรุนแรงเนื่องจากร่างกายมีภูมิต้านทานโรคต่ำได้แก่ ผู้ติดสุราเรื้อรัง ผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคมะเร็ง โรคหัวใจ หรือผู้ที่เคยตัดม้ามออก เป็นต้น วิธีป้องกันโรคไข้หูดับ ได้แก่ 1. บริโภคอาหารที่ปรุงสุกด้วยความร้อน หากรับประทานอาหารปิ้งย่าง แยกอุปกรณ์ที่ใช้หยิบเนื้อหมูสุกและดิบออกจากกัน ไม่ใช้เขียงของดิบและของสุกร่วมกัน 2. เลือกซื้อเนื้อหมูจากตลาดสดหรือห้างสรรพสินค้า ที่ผ่านการตรวจสอบมาตรฐานจากกรมปศุสัตว์ ไม่ซื้อเนื้อหมูที่มีกลิ่นคาว สีคล้ำ 3. ไม่สัมผัสเนื้อหมูและเลือดดิบด้วยมือเปล่า โดยเฉพาะผู้เลี้ยงหมู ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ผู้ที่ชำแหละเนื้อหมู สัตวบาล สัตวแพทย์ ขณะทำงานควรสวมรองเท้าบู๊ทยางและสวมถุงมือ หากมีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิด และล้างมือหลังสัมผัสกับหมูทุกครั้ง ในการนี้ พลโท อภิเชษฐ์ ซื่อสัตย์ แม่ทัพภาคที่ 3/ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 3 มีความห่วงใยต่อข้าราชการทหาร ในสังกัดกองทัพภาคที่ 3 และพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ ต่อโรคภัยดังกล่าว ขอความร่วมมือประชาชนให้ระมัดระวัง เรื่องการประกอบอาหารและรับประทานอาหารโดยขอให้เน้นการรับประทานอาหารที่ปรุงสุก ใหม่ และสะอาด โดยเฉพาะเนื้อหมูที่ชำแหละกันเองภายในหมู่บ้าน และนำมารับประทานดิบ หรือ สุกๆ ดิบๆ เช่น ลาบ หลู้หมูดิบ ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านที่มีการใส่เลือดหมูดิบผสม หรือการปิ้งย่างไม่สุก ทำให้เสี่ยงโรคไข้หูดับ เป็นอันตรายแก่ชีวิตได้ ทั้งนี้ หากพบว่าตนเองหรือคนรอบข้างมีอาการบ่งชี้ หรือสงสัยว่ามีภาวะหรืออาการขั้นต้น ขอให้ได้ไปพบแพทย์ทันที ณ โรงพยาบาลทหารทั้ง 10 แห่งในพื้นที่ภาคเหนือ หรือโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขใกล้บ้าน เพื่อคัดกรอง วินิจฉัย และรักษาต่อไปคณะบรรณาธิการข่าว กองทัพภาคที่ 322 เมษายน 2565
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสานพลังความร่วมมือ สนับสนุนการดำเนินงานสร้างสุขภาวะในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น. ที่อาคารอเนกประสงค์ สัมมนาและจัดนิทรรศการบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ นางสาวชุติพร เสชัง...
-
วันนี้ 17 สิงหาคม 2568 เวลา 17.00 น. ณ บึงบอน หมู่ที่ 1 ตำบลหูกวาง อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์ จัดโครงการส่งเสริมการท่องเที...
-
วันนี้ 12 สิงหาคม 2568 เวลา 07.30 น. ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติอำเภอลาดยาว นางสาวสุวัชรี ศรีกำพี้นายอำเภอลาดยาว เป็นป...
-
วันที่ 3 สิงหาคม 2568 นางสาวชุติพร เสชัง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานในพิธีเปิดการแถลงข่าวการแข่งขันสนุกเกอร์ Th...
-
วันที่ 14 พ.ค. 2564 สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานน่าน ดำเนินงานตามโครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงาน สู่ SME 4.0 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 กิจ...
-
เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2567 เวลา 09.00 น. ณ วัดช้างค้ำวรวิหาร อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน สำนักงานเทศบาลเมืองน่าน จัดงานประเพณีท...
-
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 29 ส.ค.68 ที่ห้องประชุม ฉก.นราธิวาส อ.เมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส พล.ท.ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4/ ผอ....
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น