วันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2565
-จังหวัดร้อยเอ็ด/...ประเพณีตบประทายเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารในชุมชนและหมู่บ้านของชาวบ้านหนองนกเป็ด ม.๑ ตำบลสระนกแก้ว อ.โพนทอง
เมื่อเวลา ๐๗.๐๐ น. วันนี้ ๖ พ.ค.๒๕๖๕ นายบรรพต บุตรพรหม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๑ บ้านหนองนกเป็ด ตำบลสระนกแก้ว อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ประกาศหอกระจายข่าวกำหนดวันเวลาทำพิธีตบประทายส่วนมากจะเป็นหลังวันเลี้ยงเจ้าปู่กุดเป่งของทุกปีภายในเดือน ๖ ละ ปีนี้ ๒๕๖๕ วันนี้ ๖ พ.ค.๒๕๖๕ เวลา ๑๓.๐๐ น.กำหนดในบริเวณวัดบ้าน ประกอบพิธี ชาวบ้านจะเดินทางมาถวายเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ที่วัดจากนั้นก็จะมีการนิมนต์พระภิกษุสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์ที่หลักประทาย โดยมีเฒ่ากระจ้ำพร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ในการประกอบพิธีทางความเชื่อดั้งเดิม นำเครื่องเซ่นไหว้บวงสรวงดวงวิญญาณเจ้าปู่เจ้าเขาที่ หลักประทาย ประกอบด้วย หมากพลู บุหรี่และภาหวาน (สำหรับของหวาน มีข้าวเหนียวกับกล้วย มะม่วงสุกเป็นต้น) ขันดอกไม้ซึ่งประกอบด้วยดอกไม้และเทียนอย่างละ 5 คู่ น้ำ 1 แก้ว บั้งไฟเสี่ยงทาย โดยชาวบ้าน จะนำ แก้วน้ำ กระป๋องนม ถ้วย หรือถังน้ำขนาดเล็ก บรรจุทรายมาจากบ้านของตน ซึ่งส่วนใหญ่จะตักทรายมาจากตามร่องน้ำ เนื่องจากมักจะมีตะกอนทรายเป็นจำนวนมาก จากนั้นก็จะทำพิธีตบประทาย โดยคว่ำภาชนะที่บรรจุทรายลงที่โคนหลักประทาย และปั้นทรายเป็นรูปเจดีย์ รูปสัตว์ จระเข้ เต่า จากนั้นก็จะมีการจุดบั้งไฟเสี่ยงทายบั้งแรกเสี่ยงทายเกี่ยวกับคน บั้งที่สอง เสี่ยงทายเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง (วัวควาย) และบั้งที่สาม เสี่ยงทายเกี่ยวกับน้ำท่าฟ้าฝน หากว่าบั้งไฟขึ้นตรงทุกบั้งก็แสดงว่าปีนั้นผู้คนและสัตว์เลี้ยงจะไม่ค่อยเจ็บป่วยล้มตาย ฝนตกน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ ถ้าบั้งใดขึ้นไม่ตรงหรือแตกก็จะทำนายว่าจะไม่ค่อยปกติหรือแห้งแล้งแล้วแต่กรณี เมื่อเสร็จพิธีก็จะแยกย้ายเดินทางกลับหมู่บ้าน สิ่งหนึ่งที่ชาวบ้านจะนำมาร่วมพิธีก็คือ กระทงหน้าวัว ซึ่งเป็นกระทงกาบกล้วยรูปสามเหลี่ยม ภายในกระทงชาวบ้านจะนำข้าวดำ ข้าวแดง หมากพลู บุหรี่ อาหารคาว-หวาน พริก เกลือ ดอกไม้และเทียนอย่างละ 1 คู่ รวมทั้งมีการตัดผมและเล็บใส่ในกระทงด้วย พระสงฆ์จะพรมน้ำพระพุทธมนต์ใส่กระทงแล้วชาวบ้านจะนำไปทิ้งนอกหมู่บ้าน ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นการทิ้งเคราะห์ทิ้งโศกเพื่อให้เกิดศิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว จากการสอบถามผู้เฒ่าที่สูงวัยในหมู่บ้านเกี่ยวกับที่มาของประเพณีตบประทายได้ความว่า “ประทาย” หรือการนำทรายมาก่อบูชาที่หลักไม้ ที่เรียกว่า “หลักประทาย” ซึ่งหลักไม้เป็นที่สถิตของดวงวิญญาณเจ้าป่าเจ้าเขา หรือผีบรรพบุรุษ ผู้ที่คุ้มครองปกปักรักษาชาวบ้าน หลักประทายเป็นเสาไม้ขนาดไม่แน่นอน ฝังอยู่บนพื้นดินสูงประมาณ 1-1.50 เมตร ปลายเสาทำเป็นรูปที่มีลักษณะคล้ายดอกบัว มีหลักใหญ่อยู่ตรงกลาง 1 หลัก คำว่า “ตบประทาย” นั้น อาจเพี้ยนมาจากคำว่า “นบพระทราย” คือการนำทรายมาก่อเป็นเจดีย์ เพื่อถวายเป็นเครื่องบูชา และอาจจะมาจากการนำภาชนะบรรจุทรายมาคว่ำลงหรือที่ชาวอีสานเรียกว่า “ตบ” ที่โคนหลักประทาย จึงมีเรียกว่า “ตบประทาย” ก็เป็นได้สุเทพ ลอยแก้ว/รายงาน
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสานพลังความร่วมมือ สนับสนุนการดำเนินงานสร้างสุขภาวะในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น. ที่อาคารอเนกประสงค์ สัมมนาและจัดนิทรรศการบึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์ นางสาวชุติพร เสชัง...
-
หนุ่มชาวไทยถึงคราวซวย หลบคดีเมาแล้วขับนานถึง 4 ปี คิดว่าว่าเรื่องคงเงียบ ย่องจะออกนอกราชอาณาจักร เที่ยวประเทศเพื่อนบ้าน โดนเจ้า...
-
เมื่อวันพุธที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลา 09.30 น. ผู้นางสาวอาภากร ว่องเขตกร ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 8 นครสวรรค์ พร้อมคณะเ...
-
ณ.บ้านคลองห้วยหวาย หมู่ที่ 21 ตำบลแม่เปิน อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภิญโญ ภู่เทศ คณบดีคณะมนุษยศาส...
-
ในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ 1ราย ส่งผลกระทบต่อพ่อค้าแม่ขายอาหารทะเลเป็นอย่างมาก โดยผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ศูนย์ท่ารถโดยสาร สถานที่จัด...
-
เมื่อวันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 2564 เวลา 08.30 น. นางสาวอาภากร ว่องเขตกร ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 8 นครสวรรค์ ดำเนิ...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น