ต้อยทูเดย์ออนไลน์ Toytodayonline

วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2567

น่าน - ชาวนาในพื้นที่ บ้านท่าควาย หมู่ที่ 3 ตำบลไชยวัฒนา อำเภอปัว จังหวัดน่าน เร่งกี่ยวข้าว เพื่อข้าวเก็บในยุ้งฉาง /สมาน สุทำแปง ข่าวจากจังหวัดน่าน โทร 085-7054473

12 ตุลาคม 2567  ที่แปลงนาของนายเลย ใจการณ์ ชาวบ้านท่าควายหมู่ที่3 ตำบลไชยวัฒนา อำเภอปัว จังหวัดน่าน    ชาวบ้านในพื้นที่   ต่างช่วยกันลงแขก เกี่ยวข้าว หลังเกี่ยวข้าวตากทิ้ง 2-3 วัน จนข้าวได้แห้งเต็มที่  ชาวบ้านช่วยกันลงแขก ขนต้นข้าว ที่ตากไว้กลางทุ่งนา หลังจากข้าวที่เกี่ยวแล้ว ได้ตากไว้ จนแห้งไม่มีความชื้น ช่วยกันลงแขกขนข้าวไปกองตามจุดต่างๆ  เพื่อนำรถมานวดข้าวและนำไปเก็บยังยุ้งฉาง โดยร่วมกันลงแขกหมุนเวียนไปหลายตามแปลงนา ของเจ้าของนาในหมู่บ้าน     พร้อมกับเตรียมพื้นที่ในการเพาะปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย ที่มีอายุ 2- 3 เดือน พร้อมเก็บเกี่ยวผลผลิต ตามนโยบายของรัฐบาล   หลังจากกรมชลประทาน ได้ประกาศให้เกษตรกร ให้ลดการปลูกข้าวนาเลย  รอบ 2  และทำการปลูกพืชอายุน้อยอย่างอื่นทดแทน เพื่อการประหยัดน้ำ ในการทำเกษตรกรรม                ในส่วนเกษตรกรบางราย มีบุคลากรในครอบครัวน้อยไม่สามารถจะไปลงแขกแบบคนอื่นก็ใช้วิธี จ้างรถเกี่ยวข้าว และรถดูดข้าวออกเกี่ยวข้าวของตนเอง  เพื่อลดต้นทุนการจ้างแรงงานโดยใช้คนเกี่ยวข้าว  ซึ่งรถเกี่ยวข้าว ก็จะตระเวณออกรับจ้าง โดยรถเกี่ยว คิดเป็นไร่ๆละ 400 บาท  ซึ่งเจ้าของนาข้าว เพียงแค่นำข้าว ที่รถดูดข้าว ไปตาก ประมาณ สองแดดก็เก็บข้าวใว้ในยุ้งสางด้                ส่วนการปลูกข้าว   ชาวบ้านในพื้นที่ จะเลือกข้าว พันธุ์ กข. 6 และข้าว กข 10 ซึ่งได้ผลผลิตดี คือ 1 ไร่ได้ข้าว ตั้งแต่  50 ถังขึ้นไป  และทำการเก็บเกี่ยว ผลผลิตข้าวแล้ว ก็เหมือนทุกๆปี   คือการหมุนเวียนปลูกพืชสวนครัว และพืชที่ใช้น้ำน้อย   อาทิ ปลูกผักสวนครัว ต่างๆ ที่เป็นพืชที่ให้ผลผลิตเร็ว   เช่น ผักกาดขาว ผักชี ผักบุ้งจีน กวางตุ้ง ขน้า เป็นต้น เป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย และดูแลง่าย  โดยทำตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นการประหยัดน้ำ ซึ่งทำให้ไม่เหนื่อยในการใช้แรงงาน                  ทางด้าน นายเลย  ใจการณ์ อายุ 74 ปี ที่กำลังตัดตอชังข้าว เพื่อเตรียมปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย โดยนำตอชังข้าวที่ได้ตัดไว้ นำไปคลุมแปลง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดิน โดยไม่เผา เพื่อลดหมอกควันที่อาจเกิดขึ้น   และได้กล่าวว่า หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวเสร็จแล้ว  ได้ทำการเตรียมพื้นที่ เพื่อปลูกพืชหลังนา อาทิ ทำไร่ยาสูบ การปลูกข้าวโพดหวาน และปลูกหอมแดง กระเทียม พริก มะเขือ และพืชผักสวนครัว  ซึ่งเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย ตามนโยบายของรัฐบาล เนื่องจากปีที่ผ่านมา ได้ทำการปลูกข้าว รอบที่ 2  แต่ผลผลิตไม่ค่อยดี อีกอย่างฝนฟ้าไม่ตกตามฤดูกาล ทำให้การปลูกข้าวขาดทุน     ซึ่งในปีนี้  ได้หันมาทำการปลูกไร่ยาสูบ และข้าวโพดหวาน   ซึ่งเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย และบริษัทได้รับซื้อถึงสวน   เป็นการสร้างรายได้ให้ครอบครัว โดยไม่ต้องไปทำงานต่างถิ่น เหมือนที่อื่นๆ                                                 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

*รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานลงพื้นที่นครสวรรค์ เน้นย้ำนโยบาย "ทักษะตรงจุด" ตามความต้องการของคนในพื้นที่*

19 พ.ย. 2568 เวลา 14.00 น. นายภัทรวุธ เภอแสละ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายแก่เจ้าหน้าที่ สถาบันพัฒน...