วันศุกร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2566
"ศูนย์รวมแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติระดับโลกกัมพล ตันสัจจา เจ้าของสวนตั้งปฏิภาณให้สวนนงนุชเป็น แหล่งเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่"
ที่สวนนงนุชพัทยา เลขที่ 34 ตำบลนาจอมเทียนอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี นายกัมพล ตันสัจจา ประธานบริหารสวนนงนุชพัทยา ซึ่งเป็นผู้ที่รักธรรมชาติ เป็นชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะต้นไม้เป็นทุนเดิมอยู่แล้วได้ตั้งปฏิภาณอันแน่วแน่พร้อมทั้งได้แรงบันดาลใจจากคำสอนของผู้เป็นแม่ที่บอกไว้ว่า" ขอให้สวนนงนุชแห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ของเด็กเยาวชนและคนทั่วไปเพื่อปลูกฝังให้คนไทยรักธรรมชาติช่วยกันปลูกต้นไม้ รักษาระบบนิเวศให้อยู่คู่โลกต่อไป" ดังนั้นสวนนงนุชพัทยา แห่งนี้จึงให้ความสำคัญกับสุขภาพของมนุษย์ รักษ์สิ่งแวดล้อม สร้างสิ่งดีๆจากธรรมชาติเพื่อบำบัดตัวเราเอง สังคมและโลกใบนี้ ด้วยเหตุผลหลักคือ การมีสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตที่ดี และปลอดภัยจากสารพิษต่างๆอีกด้วย สวนนงนุชพัทยาจึงเป็นต้นแบบของการเรียนรู้ การวิจัยและเปิดโอกาสให้ทุกคนที่สนใจเข้ามาหาความรู้และประสบการณ์เพื่อนำไปสู่การมีชีวิตที่ดี ดังนั้นภายใน สวนนงนุช จึงได้จัดแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้เป็นศูนย์เรียนรู้ที่เน้นไปในด้านรักษาสิ่งแวดล้อมซึ่งในแต่ละวันจะมีนักเรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาไปจนถึง ระดับมหาวิทยาลัยได้ผัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติจากของจริงภายในสวนนงนุชแห่งนี้ โดยมุ่งเน้นเรียนรู้ปลูกฝังเกี่ยวกับลดมลพิษ เช่น การใช้จุลินทรีย์ เพื่อการเกษตร โดยทำน้ำหมักเอนไซม์สับปะรด ซึ่งในส่วนของ สวนนงนุชพัทยา 2 ได้มีแนวคิดให้นำเศษผลไม้ที่เหลือจากการรับประทานของนักท่องเที่ยว “บุฟเฟ่ต์ผลไม้” เข้าสู่กรรมวิธีและขั้นตอนแปรเปลี่ยนให้เป็นน้ำหมักสับปะรด และเอนไซม์สับปะรด จะมีประสิทธิภาพในการดักจับคราบไขมัน โปรตีน และ สลายสิ่งสกปรกได้เป็นอย่างดี การกลั่นตระไคร้หอม คือการนำผลผลิตจากสวนผักออแกนิกที่ทำการเพาะปลูกเอง ด้วยวิธีเกษตรอินทรีย์ มาใส่ถังหมัก และทำการกลั่นสารสกัดจากตระไคร้ ออกเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปสเปรย์ไล่แมลงที่มีคุณภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงการทำน้ำส้มควันไม้ ที่ได้จากการเผาถ่าน ลักษณะเป็นของเหลวสีน้ำตาล มีกลิ่นควันไม้จากการควบแน่น ซึ่งสวนนงนุชจึงได้จัดทำน้ำส้มควันไม้แต่ละชนิดขึ้นเพื่อใช้เป็นผลิตภัณฑ์หลักในการเกษตร และในครัวเรือน นอกเหนือจากนี้ยังสามารถนำมาเป็นของที่ระลึกได้อีกด้วย และยังรวมไปถึงเรียนรู้ไบโอแก๊ส คือ กระบวนการแปรเปลี่ยนสิ่งปฏิกูลให้กลายเป็นพลังงานทดแทน โดยการนำเศษอาหารมาทำการใส่ในถังหมัก แล้วจะเกิดกระบวนการแปรสภาพให้อยู่ในรูปแก๊ส ผลที่ได้รับ จะได้แก๊สที่สามารถจุดไฟ ติดและใช้แก๊สไปทำประโยชน์ด้านหุงต้มได้ รวมทั้งเรียนรู้สรรพคุณของพืชสมุนไพร ศิลปะการปั้น และยังมีการเรียนรู้อย่างอื่นอีกมากมาย ซึ่งแหล่งเรียนรู้ในสวนนงนุชแห่งนี้ได้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนนักเรียนนักศึกษา และประชาชนทั่วไปที่ เข้ามาเรียนรู้จากรุ่นสู่รุ่น สร้างต้นกล้ารุ่นใหม่ที่มีหัวใจรักธรรมชาติ จุดประสงค์ก็เพียงเพื่อให้มนุษย์โลกมีจิตใจที่รักธรรมชาติด้วยจิตสำนึกของตนเอง ตามปฏิภาณของผู้สร้างสวนนงนุชนั่นเอง
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
*รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานลงพื้นที่นครสวรรค์ เน้นย้ำนโยบาย "ทักษะตรงจุด" ตามความต้องการของคนในพื้นที่*
19 พ.ย. 2568 เวลา 14.00 น. นายภัทรวุธ เภอแสละ รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายแก่เจ้าหน้าที่ สถาบันพัฒน...
-
วันที่ 28 มีนาคม 2567 ที่ห้องประชุม 501 ศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ นายทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ...
-
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2565เวลา 90.00 น ทางภาคีธรรมาภิบาลแห่งชาติจำประจำจังหวัดมุกดาหาร ได้หารือกันในการเลือกตั้งประธานจังหวัดโ...
-
วันที่ 19 กันยายน 2566 ที่เรือนจำกลางนครสวรรค์ นายศุภโชค ควรฦาชัย ผบ.เรือนจำกลางนครสวรรค์พร้อมด้วย นางวิชาดา เดอ สมิท กรรมการผู้...
-
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568 ณ ห้องประชุมสัมมนาอาชีวศึกษา ชั้น 3 อาคารอำนวยการ วิทยาลัยเทคนิคระยอง ตำบลท่าประดู่ อำเภอเมือง จังหวั...
-
เมื่อเย็นวานนี้ เวลาประมาณ 17.00 น. ณ หมู่บ้านรักไทย ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน นางสาวชุติพร เสชัง ผู้...
-
วันที่ 28 มีนาคม 2567 ที่ห้องรับรอง 302 ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครสวรรค์ นายทวี เสริมภักดีกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เป็นปร...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น